Uncategorized

ข้อแตกต่างของสกุลเงินที่แลกได้ในแต่ละธนาคาร

 

เรามาดูข้อแตกต่างของบัตรกดเงินสดในต่างประเทศของแต่ละธนาคารกันดีกว่า

ธนาคารไทยพาณิชย์

สกุลเงินในปัจจุบันที่สามารถแลกได้รองรับที่ 13 สกุลเงิน คือ USD, EUR, JPY, SGD, CNY, HKD, GBP, KRW, AUD, TWD, NZD, CHF และ CAD ธนาคารไทยพาณิชย์จะเป็นบัตรเดบิต ที่สามารถกดเงินผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศที่มีเครื่องหมาย VISA ได้ทุกตู้ อาจมีธรรมเนียมการกดเงินสด ทว่าไม่สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ในไทยได้ ส่วนของการแลกเงินจะล็อคเรทให้เราได้ว่าเราต้องการแลกเงินในเรทเท่าไหร่ วิธีการแลกเงินโดยการกดแลกผ่านแอพ SCE Easy ทั้งนี้จะไม่เสียค่าความเสี่ยงจากการแลกเปลี่ยนเงิน 2.5% สำหรับวิธีแลกเงินต้องโอนเงินเข้าบัตรและแลกผ่านแอป SCB EASY จำกัดวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อวัน สามารถแลกได้ 5 ครั้งต่อวัน บัตรเดบิตประเภทนี้มีอายุใช้งานเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นเริ่มจากวันที่สมัคร บัตรดังกล่าวยังแถมความคุ้มครองประกันการเดินทางถึง 10 วัน ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงไม่เกิน 1 ล้านบาท และต้องมียอดใช้จ่าย 10,000 บาทขึ้นไป เพื่อรักษาสิทธิ์ที่จะได้ในครั้งถัดไปด้วย มีสิทธิพิเศษอื่น ๆ เช่น ฟรี Miracle Lounge 1 สิทธิ์ เมื่อลงทะเบียนและแลกเงินตามเงื่อนไข จองโรงแรมผ่าน Agoda ลดสูงสุด 8% เป็นต้น

 

ธนาคารกรุงไทย

สกุลเงินที่ธนาคารกรุงไทยมีให้เลือกถึง 14 สกุลเงินได้แก่ CHF, EUR, AUD, NZD, NOK, CAD SGD, HKD, JPY, GBP, SEK, USD, RUB และ DKK ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท ตอนนี้มีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 มกราคม 2020 ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีให้รำคาญใจ

สิทธิ์ประโยชน์อื่น ๆ ที่ทางธนาคารมีให้คือ สามารถแลกเงินผ่านแอปพลิเคชั่นได้ (Krungthai NEXT) รวมถึงล็อคเรทเงินให้เราได้ด้วย สามารถแลกเงินเก็บไว้ใช้ต่อในทริปหน้าได้อีกด้วย เผื่อทริปต่อไปค่าเงินผันผวนไม่เป็นไปตามเรทที่เราต้องการ โดยอนุมัติให้แลกวงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาทแถมมีประกันการเดินทางเสริมนอกเหนือจากที่เราทำประกันการเดินทางของเจ้าอื่นไว้เพื่อการป้องกันการเดินทางอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ธนาคารทหารไทย

บัตร TMB All Free ที่นักธุรกิจหลายต่อหลายคนไว้วางใจเปิดบัญชีกับธนาคารนี้เพราะอัตราดอกเบี้ยที่มีค่อนข้างสูงทำให้เป็นที่น่าสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ ข้อต่อมาที่น่าสนใจคือบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยวที่รองรับสกุลทั่วโลก แถมยังฟรีทุกค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายแบบ กด โอน หรือชำระผ่านบัตรเดบิต(รูดบัตร) ก็สามารถทำได้หมดภายในบัตรเดียว แต่ก็มีข้อเสียคือแลกเงินเก็บไว้ใช้ล่วงหน้าไม่ได้ พลาดโอกาสแลกเรทเงินที่มีราคาดี  สำหรับการใช้งานในประเทศก็สามารถทำได้ทุกอย่างเช่นกันแถมไม่เสียค่าธรรมเนียมแม้จะไม่ได้กดตู้ของธนาคารทหารไทยก็ตาม สำหรับนักเดินทางแล้วบัตรนี้มีประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ 3 ล้านบาท รวมถึงชดเชยการซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้สินค้าตามต้องการ โดยชดเชยให้ไม่เกิน 5 พันบาทต่อครั้ง ถือเป็นสิทธิ์ประโยชน์ที่ทางธนาคารมีให้แก่สมาชิกเท่านั้น (ในข้อนี้ถือว่าเหมาะแก่โปรแรงที่บางแอปพลิเคชั่นสินค้าออนไลน์จัดโปรหั่นราคาสินค้าจนน่าตกใจ)

 

ธนาคารกสิกรไทย

ดูแลทุกระดับประทับใจกับบัตร KBANK JOURNEY จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่เปิดตัวอย่างน่าสนใจมาก มีเรทเงินที่มากกว่า 14 สกุลเงินทั่วโลกแถมยังมีเรทแลกเงินที่ต่ำทำให้เราได้เงินในอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัว แต่ก็ต้องแลกมากับข้อแม้บางอย่างคือเสียค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าเจ้าอื่น ๆ มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าถึง 7 ร้อยบาทและค่าธรรมเนียมต่อปี 550 บาท แน่นอนว่าไม่มีใครยอมจ่ายค่าทำธรรมที่สูงขนาดนี้ ถ้าไม่มีสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ ที่น่าสนใจมาแลก โดยธนาคารกสิกรไทยจับมือกับแอปพลิเคชั่นในประเทศให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น ส่วนลดในแอปพลิเคชั่น Grab ค่าอาหารและอื่น ๆ อีกมากมายสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เค้าเตอร์ของธนาคารได้โดยตรง

โดยภาพรวมแล้วทั้ง 4 ธนาคารที่สามารถแลกสกุลเงินได้เยอะสุดก็คงเป็น ธนาคารทหารไทย TMB นอกนั้นก็ต่างกันไม่มาก ที่เหมือนกันคือทุกธนาคารจะไม่เสียค่าความเสี่ยงกับการแลกเปลี่ยนเงินนอกประเทศทุกครั้ง แถมบางธนาคารยังให้สิทธิรับ % เงินคืนอีกด้วยนับว่าคุ้มกับการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายจริง ๆ

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก https://masii.co.th/thai

 

Leave a Reply

Comment
Name*
Mail*
Website*